วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นวด

12 Dec 2015
นวด นวด นวด คุณนวดเพื่อให้หายเมื่อย หายปวดโน่นปวดนี่..ใช่หรือไม่..และจะรู้สึกดี รู้สึกสบายหลังจากการนวด แต่อีก 2-3 วัน มันมาอีกแล้วอ่ะ แล้วก็ไปนวดใหม่..แบบนี้หรือไม่ ถ้าใช่..ความจริงต่อไปนี้จะทำให้คุณ...ตาสว่าง !!!! ตามมา
อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวแบ่งเป็นสองรูปแบบจากการกินของท่านเองดังนี้
- ผู้ป่วยผมที่ย้ายฝั่งมาจากหมอเขียว..อาการปวดเมื่อยก็จะมาจากอ็อกซาเลตเกินขนาด – ขยายความ:ในผักเขียวเข้มหรือผักพื้นบ้านหรือผักมีกลิ่นฉุนจะประกอบด้วย อ็อกซาลิกแอซิดอยู่เป็นจำนวนมากและเมื่อไปจับตัวกับแคลเซียม ก็จะได้ แคลเซียมอ็อกซาเลต ซึ่งก็คือนิ่ว แล้วมันก็ไปค้างที่ไต จึงทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย.. แบบนี้นวดเท่าไหร่ก็ไม่หายครับและสุดท้ายก็ต้องไปสลายนิ่ว กินยาไปตามระเบียบ (แต่เรื่องนิ่วในไต ไม่ต้องกินยาหรือสลายก็ได้นะครับ ผมเสกให้ด้วยสารอาหารแพร็บเดียวก็หายแระ)
- ปวดเมื่อย ปวดหัวไมเกรน ปวดแผ่นหลัง เป็นก้อนเนื้อแข็งเป็นแผ่นที่บริเวณบ่า แผ่นหลัง ยิ่งนวดยิ่งขยายบริเวณ – แบบนี้เลือดเป็นกรดครับ ชอบกินหวาน กินผลไม้ น้ำผึ้ง เป็นต้น เมื่อไปนวดในขณะที่ร่างกายยังคงเป็นกรดก็เท่ากับเพิ่มช่องทางให้กรดเข้ากล้ามเนื้อและฝังตัวอยู่แบบสบายอุรา แบบนี้นวดไปนาน ๆ ก็เท่ากับการสร้างรังให้เชื้อโรคและมะเร็งเพราะเค้าชอบที่อยู่แบบนี้ ดังนั้นท่านที่ชื่นชอบการนวด หรือต้องทำกายภาพบำบัด อ่านให้ดีๆ นะ !!!
ก่อนไปนวดราว หนึ่งชั่วโมง ให้กินน้ำปั่นสูตรทำให้ร่างกายเป็นด่างที่ผมโพสต์ไปแล้วหรือมะนาวหนึ่งถึงสองลูกผสมกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้วและกินแคลเซียมแม็กนีเซียมสัก 1000mg แค่นี้ครับ ยิ่งนวดยิ่งหายเพราะด่างจะไปแทนที่กรด กล้ามเนื้อที่บ่าและแผ่นหลังจะเริ่มนิ่มทีละน้อย ๆ จนหายปวดเมื่อย และเรื่องมันง่าย ๆ แค่นี้เองครับ หรือถ้าให้สวยนะซื้อกระดาษลิตมัสมาตรวจความเป็นกรดด่างในปัสสาวะซะเลยก็จะดีมาก ถ้าผลออกมาเป็นกรด!!!!
อย่าเชียวนะ........ขอบอก
ด้วยรักและห่วงใยจากใจจริง
สวัสดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น