มีผู้ป่วยท่านหนึ่งมีอาการปวดหัวและหลังจากการซักประวัติ ก็พบว่า มาจากสิ่งนี้ครับ...ตามมา!!!
โดยทั่วไปอาหารต่าง ๆ มีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนในบุคคลที่อ่อนแอได้ แต่ไนเตรตและไนไตรต์มีการเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับไมเกรนมากกว่าสารอื่น ๆ ไนเตรตที่พบตามธรรมชาติในผักบางอย่างเช่นกะหล่ำปลี บร๊อกโคลี ผักชนิดที่เป็นรากของพืชและไนไตรต์มักจะใช้เพื่อรักษาเนื้อสัตว์แปรรูป หรืออาหารผ่านกระบวนการ ร่างกายสามารถแปลงไนเตรตไปเป็นไนไตรต์ และสารทั้งสองอาจก่อให้เกิดปัญหาสำหรับผู้ป่วยไมเกรน
โดยตัวสารไนเตรตปกติแล้วไม่มีพิษ แต่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะ
ถูกแบคทีเรียในกระเพาะอาหารและลําไส้เปลี่ยนสารไนเตรตให้
เป็น ไนไตรต์ที่มีผลต่อ hemoglobin ในเลือด ทําให้ไม่สามารถ
นําพาออกซิเจนไปใช้ได้ (Methemoglobin)
ถูกแบคทีเรียในกระเพาะอาหารและลําไส้เปลี่ยนสารไนเตรตให้
เป็น ไนไตรต์ที่มีผลต่อ hemoglobin ในเลือด ทําให้ไม่สามารถ
นําพาออกซิเจนไปใช้ได้ (Methemoglobin)
ไนเตรตก่อให้เกิดไมเกรนได้อย่างไร
ร่างกายผลิตไนตริกออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซที่ไปขยายหลอดเลือด ไนเตรตจะไปเพิ่มการผลิตไนตริกออกไซด์และก่ออาการปวดหัวไมเกรนในบุคคลที่อ่อนแอ การศึกษาที่ตีพิมพ์ในเดือนมิถุนายน 2010 ของวารสาร "Cephalalgia" ึพบว่าไนตริกออกไซด์นำไปสู่อาการปวดหัวไมเกรน ไนตริกออกไซด์เกิดขึ้นเมื่อความสามารถของร่างกายในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากการผลิตไนตริกออกไซด์ไม่สมดุล อนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรซึ่งสามารถทำลายเซลล์ ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าการกินอาหารที่มีไนเตรทสูงอาจทำให้เกิดไมเกรนโดยการเพิ่มไนตริกออกไซด์
อาหารที่อุดมไปด้วยไนเตรต
ระดับของไนเตรตที่ก่ออาการปวดหัวไมเกรนแตกต่างกันออกไปตามความอ่อนแอของแต่ละคน เพราะไนเตรตถูกใช้ในการเก็บรักษาอาหารและเนื้อสัตว์ พบในเนื้อสัตว์แปรรูปเช่นไส้กรอก แหนม หมูยอ แฮม เบคอนและเนื้อสัตว์แช่แข็ง แต่อย่างไรก็ตามผักก็มีระดับไนเตรตที่แตกต่างกันอย่างหัวผักกาด บีทรู้ท เซลารี ผักชีฝรั่ง ผักกาดหอม และผักขม (อ้างจาก EatRight Ontario)
ดังนั้น เมื่อทราบเหตุก็ควรระมัดระวังเรื่องการกินบ้างนะครับ
ด้วยความห่วงใยจากใจจริง
สวัสดี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น