8 Mar 2016
ในขณะที่ใครหลายคนรู้สึกมีความสุขกับการได้ร่วมซื้อ ร่วมสร้าง เครื่องฟอกไต ผมไม่นะ แต่กลับรู้สึกหดหู่..และเศร้าใจซะมากกว่า
....ทำไมเราไม่คิดต่างล่ะ..ไม่เป็นโรคไตไม่ได้เหรอ
!!! มาเข้าประเด็นกันเล๊ยยยยย!!!!
ยาที่อาจทำให้เกิดความเสียหายของต่อไต
Last Updated: Oct 19, 2015 | By Dr. Christine Princeton, D.O.
การรักษาด้วยยาเป็นสาเหตุของความเสียหายต่อไตหรือที่เรียกกันว่าเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) หรือเมื่อรุนแรงก็คือ”ไตวาย”
อ้างอิงจากบทความในเดือนมกราคม / กุมภาพันธ์ 2013 "Aging well " ความว่า..ร้อยละ 20 ของผู้ที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันเกิดจากการใช้ยา เนื่องจากว่างานหลักของไตคือการกรองของเสียออกจากเลือด ไตจึงมีบทบาทสำคัญในการกำจัดยาจำนวนมากออกจากร่างกายซึ่งทำให้ไตอ่อนไหวมากต่อการได้รับบาดเจ็บซึ่งอาจจะเรียกคืนความเสียหายได้เมื่อหยุดยา แต่บางครั้งก็เป็นการเสียหายแบบถาวร ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสในการได้รับความเสียหายของไตในผู้ได้รับการรักษาด้วยยาเช่น อายุ การสูญเสียน้ำ ความดันโลหิตต่ำ โรคเบาหวาน โรคหัวใจและการใช้ยาหลายชนิดร่วมกันในเวลาเดียวกันซึ่งต่างก็ส่งผลเสียต่อไต
...ยาต้านการอักเสบ...
อ้างอิงจากบทความในเดือนมกราคม / กุมภาพันธ์ 2013 "Aging well " ทุกปีประมาณร้อยละ 5 ของคนที่รับประทานยาต้านการอักเสบที่ไม่มี
สเตียรอยด์ (nonsteroidal antiinflammatory drugs หรือยา NSAIDs) จะได้สัมผัสกับความเสียหายของไต ยากลุ่ม NSAIDs ใช้ในการรักษาอาการไข้ อักเสบและอาการปวดข้อซึ่งรวมถึง ibuprofen (Motrin) ,Celecoxib (Celebrex), naproxen (Aleve, Naprosyn) และ indomethacin (Indocin, Tivorbex)
สเตียรอยด์ (nonsteroidal antiinflammatory drugs หรือยา NSAIDs) จะได้สัมผัสกับความเสียหายของไต ยากลุ่ม NSAIDs ใช้ในการรักษาอาการไข้ อักเสบและอาการปวดข้อซึ่งรวมถึง ibuprofen (Motrin) ,Celecoxib (Celebrex), naproxen (Aleve, Naprosyn) และ indomethacin (Indocin, Tivorbex)
วิธีการหนึ่งที่ยาเหล่านี้ทำงานคือการขยายหลอดเลือด แต่สิ่งนี้ก็สามารถลดการไหลเวียนของเลือดไปยังไตและอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อไต นอกจากนี้ยาตระกูล NSAIDs ยังสามารถทำร้ายเนื้อเยื่อไตได้โดยตรง บางรายที่ไตเสียหายเนื่องจากยากลุ่ม NSAIDs จะไม่มีอาการ แต่จะตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจเลือดเกี่ยวกับการทำงานของไต รายอื่น ๆ จะมีอาการภายใน 3-7 วันหลังจากการกินยา NSAIDs ซึ่งสามารถดูได้จาก ปัสสาวะเริ่มน้อยลงไปจนถึงมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร มีเลือดในปัสสาวะ มีผื่น บวม มีอาการเซื่องซึมและสับสน ผู้สูงอายุที่ทุกข์ทรมานจากการขาดน้ำและผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำมีความเสี่ยงอย่างมหาศาลต่อความเสียหายของไต
...ยาความดันโลหิต...
ยาความดันโลหิตอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อไตโดยการลดอัตราการกรองเลือดของไตนอกเหนือไปจากการลดการไหลเวียนของเลือดไปยังไต ตัวอย่างยา angiotensin-converting enzyme, ACE- inhibitors lisinopril (Prinivil, Zestril), ramipril (Accupril), captopril (Capoten) and enalapril (Vasotec), and the angiotensin receptor blockers, or ARBs, candesartan (Atacand), irbesartan (Avapro), losartan (Cozaar) and olmesartan (Benicar) แต่อย่างไรก็ตาม ACE-inhibitors และ ARBs มักจะถูกนำมาใช้จริงในการปกป้องไตจากผลกระทบของโรคเบาหวาน อีกกลุ่มหนึ่งของยาความดันโลหิตที่สามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อไต คือยาขับปัสสาวะเช่น hydrochlorothiazide (HydroDiuril), furosemide (Lasix), bumetanide (Bumex) and torsemide (Demadex) ความเสียหายของไตเนื่องจากยาขับปัสสาวะทำให้เกิดระดับของโพแทสเซียมในเลือดต่ำมากในขณะที่โพแทสเซียมในเลือดสูงจะพบในความเสียหายที่เกิดจากการใช้ยา ACE-inhibitors and ARBs
...ยาปฏิชีวนะ.....
แน่นอนยาปฏิชีวนะ- ยาที่ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย - สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อไต ยาเหล่านี้บางตัวส่งผลกระทบต่อไตมากกว่าตัวอื่น ๆ Gentamicin (Garamycin) และ polymyxin E (Colistin) เป็นสองในตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุด ตัวอื่น ๆ ก็จะเป็น Rifampin (Rifampicin) และ Vancomycin (Vancocin) ยาเหล่านี้สามารถทำลายเซลล์ไตโดยทำลายเนื้อเยื่อหุ้มเซลล์ อาการของไตล้มเหลวจากยาพวกนี้ ได้แก่ ปัสสาวะน้อยและมักจะสีเข้ม ปัสสาวะปนเลือดและปวดกล้ามเนื้อ ดังนั้นถ้าได้รับยาปฏิชีวนะดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบการทำงานของไตโดยการตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ
....ยาที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรง....
ยาบางชนิดทำให้เกิดความเสียหายต่อไตหลังจากสร้างวิกฤติสลายกล้ามเนื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้วตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุดคือยาลดคอเลสเตอรอล ที่เรียกว่ายากลุ่ม statin ตัวอย่าง ได้แก่ simvastatin (Zocor) atorvastatin (Lipitor) และ pravastatin (Pravachol) เมื่อยาเหล่านี้ก่อให้เกิดการสลายตัวของเซลล์กล้ามเนื้อ ผลคือจะปล่อยโปรตีนที่เรียกว่า ไมโอโกลบิน (myoglobin) มาสู่กระแสเลือด ต่อมาโปรตีนตัวนี้ไปอุดตันระบบการกรองของไตที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อไต อาการรวมถึง ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนแรงและปัสสาวะสีชา
ยาอื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ ได้แก่ ยาแก้ซึมเศร้าบางชนิดและยาควบคุมอารมณ์เช่น doxepin (Zonalon) ,Amitriptyline (Elavil) fluoxetine (Prozac), lithium และ ยาจิตเวช haloperidol (Haldol)
..ยาอื่น ๆ...
มีอีกมากมายหลายหลากชนิดของยาที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อไต รวมถึง acyclovir ซึ่งใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัส ยารักษาโรคหัวใจ Ranitidine (Zantac) และ omeprazole (Prilosec) phenytoin (Dilantin) และยา allopurinol (Zyloprim) ซึ่งจะช่วยป้องกันการโจมตีจากความเจ็บปวด การอักเสบ ในโรคเกาต์
!!! คำเตือน
..ถ้าคุณใช้ยาที่กล่าวมาข้างต้นและคุณกำลังมีปัสสาวะน้อย ปัสสาวะเป็นสีเข้มหรือมีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือปวดเมื่อย อ่อนล้ารุนแรงผิวช้ำง่าย มีผื่นบวมแดงหรือมีไข้ ผมแนะนำให้คุณปรึกษากับผู้ที่จ่ายยาเหล่านี้ให้คุณ
..หากคุณมีอาการหายใจลำบากหรือบวมที่ริมฝีปากของคุณหรือลิ้นหลังจากการกินยาเหล่านี้ ให้รีบหยุดยาแล้วไปพบแพทย์ซะเพราะความเสียหายของไตมีแนวโน้มมากขึ้นถ้าหากคุณยังกินยาหลายชนิดร่วมกัน และที่สำคัญแจ้งแพทย์ผู้ดูแลคุณซะด้วยว่า...ร่างกายประกอบด้วยอะไร
ยารักษาโรคที่กล่าวข้างต้นไม่มีความจำเป็นต้องกินอย่างต่อเนื่องหรือตลอดชีวิตอย่างที่เข้าใจกันหรอกครับ ...เพียงแค่คุณปรับพฤติกรรมการกิน กินอาหารที่ดีๆ ...เครื่องฟอกไตก็จะไม่มีวันได้แตะต้องตัวคุณ
ด้วยรักและห่วงไต
สวัสดี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น