วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กรณีศึกษา

25 Mar 2015


วันนี้ขอยกย่องเพื่อนท่านหนึ่งซึ่งเป็นเภสัชกร และเปิดร้ายขายยาในนครศรีธรรมราช แถว ประตูลอด คุณ เริงศักดิ์ แก้วกระจก
ความว่า
มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านแล้วถามซื้อยาแก้กรดไหลย้อนให้ลูกสาว อายุราว 14 ปี เรียนอยู่ที่ รร.กัลยาณีศีรธรรมราช คุณเริงศักดิ์ก็ซักอาการ มีอาการแน่นหน้าอก ปวดท้องบริเวณด้านขวา หายใจไม่ค่อยสะดวก
เมื่อได้ฟังดังนั้น คุณเริงศักด์ก็บอกไปว่า ไม่น่าจะใช่กรดไหลย้อน น่าจะประมาณ ตับ ปอด มีปัญหามากกว่า เลยแนะนำไห้ไปพบแพทย์ และไม่ขายยาให้
ผู้หญิงคนนั้นโกรธมาก ถึงกับ พึมพำว่า ....เปิดร้านขายยาทำบ้าอะไรวะ ไอ้.....
แล้วออกจากร้านไปแบบเคืองสุด ๆ เพราะลูกที่รออยู่ในรถกำลังแน่นหน้าอกอยู่อย่างหนัก
อีกสองเดือนต่อมา....
คุณแม่กับลูกสาว เดินเข้ามาในร้าน คุณแม่บอกให้คุณลูกยกมือไหว้เพื่อนผมซะ และคุณแม่ก็ยกมือไหว้ โดยกล่าวคำขอบคุณว่า....ถ้าไม่ได้คุณ ดิฉันคงไม่มีลูกสาวคนนี้อีกแล้ว เธอเล่าว่า....หลังจากที่ฉุนขาด ก็พาเด็กไป รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในนครศรีธรรมราช หลังจากการตรวจ ต้องรีบส่งตัวไปโรงพยาบาล มอ.ด่วนจี๋เพราะที่นี่รักษาไม่ได้
และเมื่อถึง มอ.ผลการวินิจฉัยบอกว่า ตับเธอแตก และถ้าช้าไปกว่านี้สัก ครึ่งชั่วโมง
ไม่น่าจะรอด
ผมเองรู้สึกซาบซึ้งทุกครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
เราเจอกันบ่อยครับ และมักจะเห็นด้วยกับคำว่า เงินเป็นเรื่องไร้สาระ ชีวิตต่างหาก ที่มีค่า และมนุษย์ ทุกคน มีค่าเท่ากับ "หนึ่งหน่วยชีวิต" เท่ากันหมด
อ่านแล้วพึงระลึกนะครับว่า ถ้าความรู้ไม่พอ อย่าวินิจฉัยด้วยตัวเองครับ
สวัสดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น