วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560

อ่านงานวิจัยกันเถอะ( คอเลสเตอรอล )

1 May 2015
การศึกษาในหลายประเทศทั่วโลกพบว่า คนที่มีระดับคอเลสเตอรอลต่ำนั้นคือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงเพิ่มมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงกลับมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตลดลงโดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
ถึงเวลานี้ก็คงจะเกิดคำถามว่าแล้วตับสังเคราะห์คอเลสเตอรอลไปเพื่ออะไร
ก็เพื่อไปผลิตฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนต้านการอักเสบและความเครียด น้ำดี วิตามินดี เยื่อหุ้มเซลล์ และฉนวนหุ้มประสาทครับ
แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องหยุดยาลดคอเลสเตอรอลเป็นลำดับแรก!!!
ย้อนกลับไปการศึกษาของนายแพทย์นอร์แมน เอนเด (Norman Ende) จากภาควิชาพยาธิวิทยา มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลด์ เมืองแนชวิลล์ มลรัฐเทนเนสซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2505 ได้เก็บตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างการอดอาหารเกินกว่า 72 ชั่วโมง พบเรื่องที่น่าสนใจดังนี้
1. ผู้ที่อดอาหารทุกคนเมื่อเริ่มอดอาหารจะพบว่าค่าเฉลี่ยระดับคอเลสเตอรอลจะสูงขึ้นทุกคน ยกเว้นผู้ป่วยหลอดเลือดแข็งตัวจะมีคอเลสเตอรอลอยู่ในระดับต่ำ จากรายงานชิ้นนี้จึงเป็นการพิสูจน์หักล้างความคิดของคนจำนวนไม่น้อยที่ว่าการกินอาหารเท่านั้นที่จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงขึ้น แต่ความจริงถ้าอดอาหารอย่างต่อเนื่องระดับคอเลสเตอรอลจะสูงขึ้นได้ด้วย
จึงไม่แปลกใจเลยที่ก่อนหน้านี้บริษัทยาจึงได้แนะนำให้ทำการตรวจเลือดผู้ป่วยโดยการให้ "อดอาหาร" ติดต่อกันอย่างน้อย 12 ชั่วโมงขึ้นไป จึงเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการทำให้คอเลสเตอรอลสูงเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะได้ขายยาลดคอเลสเตอรอลตามมาได้มากขึ้น เพราะเราถูกหลอกมาอย่างยาวนานว่าคอเลสเตอรอลสูงจะทำให้เราป่วยและเสียชีวิต ทั้งๆที่ผู้เสียชีวิตจำนวนมากโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดและหัวใจนั้นมีระดับคอเลสเตอรอลอยู่ในระดับต่ำ อ่านแล้วอย่าเพิ่งเซร็งงงง นะ
จากข้อคิดนี้แสดงให้เห็นว่าคนป่วยเท่านั้นจะสังเคราะห์คอเลสเตอรอลได้น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยหลอดเลือดแข็งตัวจะสามารถสังเคราะห์คอเลสเตอรอลได้ในระดับต่ำแม้ในขณะอดอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยอีกจำนวนมากว่าเหตุใดผู้ที่จะเสียชีวิตจำนวนมากมักจะมีระดับคอเลสเตอรอลอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นเราจึงไม่ควรดีใจถ้าคอเลสเตอรอลลดต่ำลง และ ไม่ควรผลีผลามที่จะกินยาลดคอเลสเตอรอลด้วย
2. จากงานวิจัยชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ชายที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี โดยเฉลี่ยแล้วในระหว่างการอดอาหารร่างกายสามารถสังเคราะห์คอเลสเตอรอลได้มากกว่าคนที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ตรงนี้ดูจะมีความสอดคล้องกับงานวิจัยในหลายประเทศที่พบว่าคนที่เจ็บป่วยและใกล้เสียชีวิตนั้นจะมีระดับคอเลสเตอรอลลดต่ำลงตามวัย และเมื่ออายุมากขึ้นคอเลสเตอรอลอยู่ในระดับต่ำลงไปเรื่อยๆก็จะเป็นดัชนีชี้วัดว่าร่างกายก็จะมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตได้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ทั้งนี้การสังเคราะห์คอเลสเตอรอลนั้นจะต้องมาพร้อมกับอัตราการเผาผลาญเป็นพลังงานของร่างกายด้วย ที่เรียกว่า เมทาบอลิซึม คนส่วนใหญ่เมื่ออายุมากขึ้นมักจะมีอัตราการเผาผลาญที่ต่ำลง อุณหภูมิในร่างกายเย็น กินน้อยแต่อ้วนง่าย ดังนั้นปัจจัยสำคัญในการรักษาระดับของคอเลสเตอรอลให้ได้นานนั้น จึงอยู่ที่การทำงานของต่อมไทรอยด์
3. หลังจากคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นในช่วงการอดอาหารแล้ว(กราฟช่วงเส้นตรง) เมื่อเลิกอดอาหารจะพบว่าระดับกลุ่มตัวอย่างทุกรายคอเลสเตอรอลจะลดลงทันที(กราฟเส้นประ) ตรงนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าร่างกายเราสามารถปรับระดับคอเลสเตอรอลได้ตามการใช้งานและการบริโภค คือเมื่ออดอาหารคอเลสเตอรอลสูงขึ้น เมื่อกินอาหารแล้วการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในกระแสเลือดจะลดลง นึกภาพกันออกนะ
การรักษาโดยการอดอาหาร ซึ่งเป็นที่นิยมกันในประเทศอินเดียนั้นได้หลายโรคนั้น อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งนอกจากจะเผาผลาญส่วนเกินในร่างกายเพื่อนำไปใช้แล้ว อีกด้านหนึ่งยังสามารถสังเคราะห์คอเลสเตอรอลได้มากขึ้น และหมายความว่าช่วงเวลาอดอาหาร อาจมีการนำคอเลสเตอรอลไปสังเคราะห์ ฮอร์โมนเพศ วิตามินดี น้ำดี เยื่อหุ้มเซลล์ และฉนวนหุ้มประสาท ได้มากขึ้นด้วย
มีตอนต่อไป เพื่อไม่ให้ยาวมาก
สวัสดี
Cr.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
แม้จะมีงานวิจัยในหลายประเทศระบุว่าการบริโภคไขมันอิ่มตัวเป็นหนทางหนึ่งในการเพิ่มคอเลสเตอรอลได้นอกเหนือจากการสังเคราะห์โดยตับ และการบริโภคไขมันอิ่มตัวนั้นกลับมีแนวโน้มที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตโรคหลอดเลือดและหัวใจลดลง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น