วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560

สมดุล ของหัวใจ

9 May 2015
เรา ๆ ท่าน ๆ ทราบกันหรือไม่ว่า หัวใจเราก็ต้องการสมดุล.......ตามมา
หัวใจมี ระบบกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac Muscle) และ ระบบเยื่อหุ้มหัวใจ (Pericardium) ซึ่งต้องการสารอาหารแตกต่างกันและต้องสมดุล
ในขณะที่ เยื่อหุ้มหัวใจซึ่งเป็นผนังเยื่อบาง ๆ ที่หุ้มหัวใจ ต้องการโซเดียมแต่กล้ามเนื้อหัวใจซึ่งเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในผนังเยื่อหุ้ม ต้องการโพแทสเซียม
งานนี้จะไม่พูดถึงโซเดียมเพราะใครมักไม่ขาดกันมากนัก
แต่ถ้าแร่ธาตุสองตัวนี้สมดุลกัน เลือดก็จะไปเลี้ยงหัวใจเต็มที่ แต่ถ้าโพแทสเซียมในเลือดมากเกินไป (Hyperkalemia ) ก็จะเป็นผลเสียต่อเยื่อหุ้มหัวใจ และถ้าโพแทสเซียมในเลือดต่ำเกินไป (Hypokalemia (American English) หรือ hypokalaemia (British English), หรือ hypopotassemia หรือ hypopotassaemia (ICD-9)) ก็เป็นผลเสียเช่นกัน
แล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ต้องตรวจเหรอ
ก็ดีถ้าอยากตรวจ ก็แค่ตรวจปริมาณในเลือดของสองตัวนี้ก็เพียงพอ แต่ผมจะพาไปดูว่าอาการของแต่ละภาวะเป็นอย่างไร เรา ๆ ท่าน ๆ จะได้สังเกตตัวเองกัน....ตามมาครับ
โพแทสเซียมในเลือดมากเกินไป (Hyperkalemia ) หมายถึงภาวะที่มีโพแทสเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ (> 5.5 mEq/L ) จะมีอาการเหนื่อยอ่อน หรือ ปวดไหล่ด้านหลัง ชาตามท้องแขน ปวดที่ข้อ นิ้วล็อก บางรายปวดสะบัก นี่เป็นอาการเตือนของโรคเยื่อหุ้มหัวใจ
การแก้ก็ไปลด โพแทสเซียม แล้วมันมาจากไหนล่ะ
ผักสด และ ผลไม้ ที่บางท่านทานมากเกินไปจนเกินพอดี และทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจน้อยลงเรื่อย ๆ จนเป็นโรคหัวใจ และ เสี่ยงต่ออาการหัวใจขาดเลือด นั่นหมายถึง อาการ หมดสติ หรือ อาการออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่ทัน อัมพาต หรือ ถึงแก่ชีวิต
ย้ำ!!!!!!!!ถ้าทานผักและผลไม้มาก แล้วมีอาการ ที่ว่าด้านบน ให้ลดผักและผลไม้ แต่ถ้าไม่มีก็กินต่อไปได้ไม่มีปัญหาเพราะประโยชน์ของผักสดและผลไม้ คือ การได้โพแทสเซียมไปบำรุงหัวใจ แต่ถ้ามีอาการแล้วยังไม่หยุดล่ะ ก็ได้นี่เลยครับ ไขมันในเลือดสูง เพราะเยื่อหุ้มหัวใจผิดปกติ ไม่สามารถคุมปริมาณไขมันได้ และโพแทสเซียมที่เกินขนาด ก็จะไปก่อหินปูนที่ไตทำให้เป็นนิ่วแล้วก็จะเป็นโรคหัวใจ คอเลสเตอรอลสูง และ โรคไต
มาต่อที่ ภาวะโพแทสเซียมในเลือดน้อยเกินไป (Hypokalemia)
คือการมีระดับ โพแทสเซียมในเลือด น้อยกว่า 3.5 mEq/L ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยคือมีการสูญเสียโพแทสเซียมทางลำไส้ (ท้องเสีย, การได้ยาระบาย), ทางไต (hyperaldosteronism, ภาวะน้ำตาลสูง, การได้ยาขับปัสสาวะชนิด K–depleting diuretics, ยาปฏิชีวนะ เช่น carbenicillin, sodium penicillin, amphotericin B), การเคลื่อนของโพแทสเซียมเข้าสู่เซล และภาวะขาดสารอาหาร (malnutrition)
ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำชนิดรุนแรง มีผลกระทบต่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ รวมทั้งกล้ามเนื้อหัวใจโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือได้รับยา digitalis อยู่เดิม
อาการของภาวะ hypokalemia คือ อ่อนเพลีย, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, ภาวะหายใจลำบาก, ท้องผูก, ileus, ตะคริว ถ้าเป็นรุนแรงขึ้นจะมีผลต่อคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยมีการเปลี่ยนแปลง EKG คือ มี U wave, T wave flattening, หัวใจเต้นผิดจังหวะโดยเฉพาะ ventricular arrhythmias, pulseless electrical activity (PEA) หรือ asystole ก็สามารถเกิดได้
การแก้ ก็ใส่โพแทสเซียมเข้าไป ก็เพิ่มผัก ผลไม้ ง่ายดีมั๊ยครับ
ลองสังเกตตัวเองกันนะ ซึ่งไม่น่าจะยาก และสุขภาพเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ดี อยู่กับคนที่เรารักไปนาน ๆ ทุกคน
สวัสดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น