เสนอเมนูที่ใครไม่ค่อยจะทานกัน ไม่ทราบว่าเพราะ มันไม่อร่อย หรือ เอามาปรุงแต่งกันไม่เป็น หรือว่าเพราะมันราคาถูกกันแน่ แต่ที่ครัวคุณไฝ ไม่เคยขาดครัวครับ วันนี้มารู้จักกับ
ปลาโอ (ย่าง)
ที่ครัวผม จะหั่นเป็นชิ้น ตัวละสามชิ้น คลุกเกลือกับพริกไทยเล็กน้อยแล้วอบครับ
เมนูที่ครัวคุณไฝแนะนำ และทำเป็นประจำมีดังนี้ครับ
ลาบ ปลาโอย่าง เพิ่มใบสะระแหน่ ให้มากกว่าปกติเล็กน้อย (เมนูนี้ อร่อยกว่า เนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ ครับ)
แกงกะทิ ปลาโอย่าง กับ มะเขือพวงและมะระขี้นก (เมนูนี้เหมาะสำหรับใครที่เสียเลือดอยู่ประจำ ธาตุเหล็กสูงครับ)
แกงส้มปลาโอย่างกับยอดมะขามและผักบุ้ง (ใช้ส้มแขกแห้งกับมะขามเปียกเพิ่มความเปรี้ยว)
ปลาโอย่างสับละเอียดกับมายองเนส ไว้ทานกับสลัด (แซลม่อนก็แซลม่อนเถอะ)
ปลาโอย่าง น้ำจิ้มกับใบบัวบก หอมแดงให้เยอะหน่อย อย่าหวานนะ (อย่อยมากๆ)
ปลาโอย่างผัดกะเพรา (ลูกชายชอบมาก)
แกงกะทิปลาโอย่างกับมะละกอสับ
สเต็กปลาโอราดซอสพริกไทยดำ ( อันนี้ต้องอบ ที่ อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส จะกรอบนอก นุ่มใน แน่นมากครับ)
ข้อแนะนำ เมื่อทานแกงกะทิ ให้มีมะเขืออะไรก็ได้เป็นผักสด ทานเสร็จ ตามด้วยอัลมอนด์สักสิบเมล็ด เพื่อตรึงไขมันอิ่มตัวไว้ในลำไส้นะครับ
มาดูว่าทำไมถึงเป็นปลาโอกันครับ
จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าโอเป็นแหล่งอาหารที่ดีของโปรตีนและมีคุณค่าทางโภชนาการเนื่องจากมีกรดไขมันที่จำเป็น มีไขมันประเภทอิ่มตัวต่ำ และมีสารอาหารอื่นๆ อีกเช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี วิตามินบี 12 วิตามินเอ เป็นต้น
สารอาหารที่มีอยู่ในปลาโอ ที่ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดคือกรดอีโคซาเปนทีโนอิก หรือ อี พี เอ (eicosapentaenoic acid, EPA) และกรดโดโคซาเฮกซิโนอิกหรือดี เอช เอ (docosahexaenoic acid, DHA) ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันทั้งสองตัวนี้จะช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ลดการอักเสบ และสร้างสารที่มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ร่วมกันกับการลดระดับของไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเลือดจับตัวกันเป็นลิ่มและอุดตันหลอดเลือด
จากการศึกษายังพบถึงประโยชน์อื่นๆ ของการรับประทานปลาโอ ได้แก่ ลดความดันโลหิตในคนที่ความดันโลหิตสูงโดยออกฤทธิ์ให้หลอดเลือดแดงคลายตัว ลดการอักเสบในผู้ที่มีปัญหาของโรคข้ออักเสบ หรือรูมาตอยด์ ลดการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ และสารดีเอชเอเป็นสารที่จำเป็นต่อสมองช่วยให้การทำงานของสมองและระบบประสาทมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย
สมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (AHA) แนะนำให้กินปลาและอาหารทะเลอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์
ข้อสังเกตุ
แม้ว่าปลาทะเลอย่างปลาโอจะมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างแต่พบว่าปลาทะเลไม่ใช่จะมีแต่ข้อดีเท่านั้นเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่จะมีผลต่อคุณภาพของเนื้อปลาเช่นกัน ดังนั้นจึงควรรู้ข้อควรระวังของการรับประทานปลาทะเล ซึ่งได้แก่ การมีโลหะหนักปนเปื้อนอันเนื่องมาจากของเสียทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ครัวเรือน เรือเดินสมุทรที่มีการปล่อยของเสียเหล่านี้ลงสู่ทะเล สารพิษหลักที่พบในปลาทะเลคือเมทิวเมอร์คิวรีซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มปรอท มีผลทำให้เกิดการ สะสมในร่างกายและลดหรือทำลายประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ทำให้ไตเสื่อม ลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย สมองเสื่อม ความสามารถทางด้านสติปัญญาลดลง
ในต่างประเทศโดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) และองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency; EPA) ประกาศคำเตือนสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังจะตั้งครรภ์ รวมถึงผู้หญิงที่ให้นมบุตร และเด็กเล็ก ให้หลีกเลี่ยงการกินปลาทะเล 4 ชนิด คือ ปลาฉลาม ปลากระโทงดาบหรือปลาฉนาก ปลาแมคเคอเรลหรือปลาอินทรีย์ และปลาไทยซึ่งเป็นกลุ่มปลาไหล เนื่องจากปลาดังกล่าวมีวงจรชีวิตยาว ทำให้มีระดับสารปรอทสะสมอยู่มาก อีกข้อที่ควรระวังสำหรับการรับประทานปลาทะเลคือเชื้อปรสิตกลุ่มพยาธิ เช่นเชื้อพยาธิอะนิซาคิส ที่ทำให้เกิดพิษฉับพลันและเรื้อรัง คือมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน และระยะยาวอาจทำให้เกิดลำไส้อักเสบ ลำไส้อุดตันได้
จะเห็นได้ว่าปลาทะเลมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและก็มีข้อที่ควรระวัง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเมื่อรับประทานปลาทะเลคือ ควรให้ผ่านความร้อนด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียสนาน 5 นาที หรือหากชอบรับประทานปลาดิบก็ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากนัก ไม่รับประทานเป็นประจำและหลีกเลี่ยงปลาที่อาจมีสารปนเปื้อนสูง ควรเลือกรับประทานปลาทะเลให้หลากหลายในปริมาณที่พอดีร่วมกันกับรับประทานอาหารกลุ่มผักและผลไม้เป็นประจำรวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงครับ
เลือกเอาครับ ว่าอยากทานเมนูไหน รับรองไม่แพง ดีต่อสุขภาพแน่นอนครับ
สวัสดี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น