เดินผ่านร้านขายไก่ทอดของฝรั่งทุกครั้ง ก็นึกเป็นห่วงเด็กไทยทุกครั้งไป
เรื่องของปริมาณโปรตีน เหตุผลตามหลักโภชนาการ ( หมอนอก กะลา )
การรับประทานโปรตีนมากเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น
หากได้รับโปรตีนมากเกินไป...ร่างกายจะกำจัดโปรตีนที่เกินมาโดยอาศัยการทำงานของตับ โปรตีนจะถูกย่อยและถูกดูดซึมในรูปของกรดอะมิโนและถูกเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของยูเรีย และขจัดออกมาทางปัสสาวะ นอกจากนี้ร่างกายจะเปลี่ยนกรดอะมิโนบางส่วนให้เป็นรูปไขมันและคาร์โบไฮเดรต สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้น การได้รับโปรตีนเกิดความต้องการในแต่ละวันอาจจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและเพิ่มความเสื่อมให้ร่างกาย
"ควรทานโปรตีนมื้อละ 30 กรัม" เพราะว่าร่างกายดูดซึมได้เพียงเท่านี้ ถูกหรือผิด มาดูกัน
น้ำหนักเฉลี่ยมาตรฐานของคนทั่วไป อยู่ที่ 60 กก.
- ระดับไขมันมาตรฐานคือ 15-16%
- เราสามารถทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้มื้อละ 0.6 กรัม ต่อ นน. 1 กก.
- ระดับไขมันมาตรฐานคือ 15-16%
- เราสามารถทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้มื้อละ 0.6 กรัม ต่อ นน. 1 กก.
ซึ่งเมื่อเราคำนวณกลับแล้ว ก็คือ น้ำหนัก 50 กก.(แบบไม่มีไขมัน) สามารถทานโปรตีนได้ครั้งละ 30 กรัม
ตัวอย่างเช่น นาย ก มีน้ำหนักตัวมากกว่านี้ เช่น หนัก 90 กก. มีไขมันร่างกาย 10% สามารถทานโปรตีนได้
(90 x 0.9) =81 กก. (แบบไม่มีไขมัน) x 0.6 = 48.6 กรัม
ดังนั้น นาย ก จึงสามารถทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้มื้อละ 48.6 กรัม
ก็ต้องมีคนสงสัยต่อแน่นอนว่า
"ทำไมเวย์โปรตีน ถึงทาน 0.4 - 0.5 กรัม"
เนื่องจากเวย์โปรตีนนั้น เป็นโปรตีนช่วงสั้นที่ย่อยได้ไวมาก ถ้าคุณทานโปรตีนจากเวย์ 24 กรัม โปรตีนจะถูกย่อยหมดภายใน 30-40 นาที และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเกือบทั้งหมด แต่กรดอะมิโนนี้ ก็จะอยู่ในร่างกายแค่ช่วงเวลาสั้นๆเพียง 2 ชม.เท่านั้น
เนื่องจากเวย์โปรตีนนั้น เป็นโปรตีนช่วงสั้นที่ย่อยได้ไวมาก ถ้าคุณทานโปรตีนจากเวย์ 24 กรัม โปรตีนจะถูกย่อยหมดภายใน 30-40 นาที และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเกือบทั้งหมด แต่กรดอะมิโนนี้ ก็จะอยู่ในร่างกายแค่ช่วงเวลาสั้นๆเพียง 2 ชม.เท่านั้น
ส่วนเนื้อสัตว์นั้น มีช่วงโปรตีนที่ยาวกว่ามาก ถึงแม้จะเอามาปั่นจนเละก็ยังเป็นโปรตีนที่ช่วงยาวกว่าเวย์
อีกทั้ง ถ้าเราใช้ฟันในการเคี้ยว ขนาดของเนื้อก็ยังใหญ่อยู่ ส่งผลให้น้ำย่อยที่เคลือบชิ้นนี้ ค่อยๆย่อยจากด้านนอก เข้ามาสู่เนื้อด้านใน ร่างกายจึงค่อยๆทยอยดูดซึมกรดอะมิโน
ทางสายอาหารเพาะกายเรียกว่า " trimming time" ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนตั้งแต่ชั่วโมงที่ 2-6 หลังจากการทานเนื้อ
อีกทั้ง ถ้าเราใช้ฟันในการเคี้ยว ขนาดของเนื้อก็ยังใหญ่อยู่ ส่งผลให้น้ำย่อยที่เคลือบชิ้นนี้ ค่อยๆย่อยจากด้านนอก เข้ามาสู่เนื้อด้านใน ร่างกายจึงค่อยๆทยอยดูดซึมกรดอะมิโน
ทางสายอาหารเพาะกายเรียกว่า " trimming time" ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนตั้งแต่ชั่วโมงที่ 2-6 หลังจากการทานเนื้อ
ข้อสงสัยต่อมาก็คือ
"ทำไม นักเพาะกายตัวใหญ่ๆ ระดับ IFBB Pro ถึงทานโปรตีนต่อมื้อ ได้มากกว่า 0.6 กรัม ต่อนน. 1 กก." เช่น เจย์ คัทเลอร์ บางมื้อก็ทานซะ 0.7-0.8 กรัม ต่อนน. 1 กก.
เพราะว่า นักเพาะกายระดับนั้น "มีสัดส่วนของมวลกล้ามเนื้อ ต่อ โครงสร้างร่างกาย และ อวัยวะภายใน มากกว่าคนปกติครับ"
"ทานโปรตีนต่อมื้อ มากกว่าคำแนะนำได้หรือไม่"
จะทานก็ได้ครับ เพราะ ผมก็คงไม่สามารถไปห้ามไม่ให้ใครทานได้ตามที่ผมแนะนำ แต่ ก็จะมีเหตุผลว่า ทำไมถึงไม่ควรทานเกินความต้องการ
1. ร่างกายมีการสร้างน้ำย่อยจำกัดครับ การที่ทานเนื้อมากเกินไป ร่างกายย่อยได้ไม่หมดแน่นอน
แต่คุณอาจจะบอกว่า "งั้น ทานเอนไซม์ช่วยย่อยก็ได้ จะได้ย่อยได้มากขึ้น" ก็ดีครับถ้ามี
แต่คุณอาจจะบอกว่า "งั้น ทานเอนไซม์ช่วยย่อยก็ได้ จะได้ย่อยได้มากขึ้น" ก็ดีครับถ้ามี
2. ร่างกายมีการดูดซึมกรดอะมิโนเข้าสู่ร่างกายจำกัดเช่นกัน ซึ่งนี่คือ หัวใจหลักเพราะถ้า ร่างกายได้รับกรดอะมิโนมากเกินความต้องการ ก็จะกำจัดส่วนของไนโตรเจนทิ้ง ในรูปของยูเรีย และขับออกมาทางปัสสาวะ ส่วนโครงสร้างที่เหลือ ก็จะเอาไปใช้เป็นพลังงาน แต่ถ้าพลังงานในส่วนของคาร์บ และ ไขมัน เกินความต้องการแล้ว โครงสร้างของโปรตีนส่วนนี้ก็จะเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของพลังงานสำรอง ก็คือ "สะสมในรูปของไขมัน"
ถ้าเทียบกับสัดส่วนที่ร่างกายต้องการ ก็ต้องมาดูว่าโปรตีนทำหน้าที่ในแต่ละส่วน
ของร่างกายอย่างไร
ของร่างกายอย่างไร
ในกระดูก มีโปรตีนประกอบอยู่ 1 ใน 5
ในกล้ามเนื้อ มีโปรตีนประกอบอยู่ 1 ใน 3
ในผิวหนัง มีโปรตีนประกอบอยู่ 1 ใน 10
ในกล้ามเนื้อ มีโปรตีนประกอบอยู่ 1 ใน 3
ในผิวหนัง มีโปรตีนประกอบอยู่ 1 ใน 10
ปัจจัย ๒ ประการ ที่ควรคำนึง
คือ อาหารที่กินมีปริมาณและคุณภาพของโปรตีนอย่างไร และตัวผู้กินอายุเท่าไร ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่หรือเปล่า ตลอดจนมีอาการเจ็บป่วยอยู่หรือไม่ ความต้องการของโปรตีนลดลงตามอายุ เมื่อแรกเกิดเด็กต้องการโปรตีนวันละประมาณ 2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ความต้องการดังกล่าวนี้ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งตั้งแต่อายุ ๑๙ ปีขึ้นไป ต้องการโปรตีนเพียง 0.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะเด็กต้องการโปรตีนไปสร้างเนื้อเยื่อต่างๆในการเจริญเติบโต ส่วนผู้ใหญ่แม้ว่าการเจริญเติบโตหยุดแล้ว แต่ยังต้องการโปรตีนไว้ซ่อมแซมส่วนต่างๆ ที่สึกหรอไป ส่วนหญิงตั้งครรภ์ต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้นอีกวันละ 30 กรัม เพื่อนำไปใช้สำหรับแม่และลูกในครรภ์ แม่ที่ให้นมลูกต้องกินโปรตีนเพิ่มอีกวันละ 20 กรัม เพราะการสร้างน้ำนมต้องอาศัยโปรตีนจากอาหาร
เห็นมั๊ยครับว่า ไม่ยากที่จะดูแลสุขภาพเลย เพียงเอาใจใส่ไม่ต้องมาก ความเจ็บป่วย การเสื่อมของร่างกายก็ลดลงได้ รักษาไว้ให้ดีกันไปให้นานที่สุดนะครับ สวัสดี
อยากทราบปริมาณโปรตีนว่ามีอยู่ในอาหารชนิดใด เท่าไหร่ นี่ครับหาไว้ให้แล้ว ลองอ่านกันดู
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น