ในวันหยุด เรามาหาความรู้เกี่ยวกับสุขภาพของเรากันดีกว่านะครับ
ผมเลือกเอาแต่เนื้อ ๆ มานะครับ สไลด์ 1 กับ 2 ขอข้ามไปนะครับ
3. หนึ่งไมโครลิตรของเลือดที่ดีประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง : 4.7-6.1ล้านเซลล์ (ชาย) ค่า pH ในเลือดจะถูกควบคุมให้อยู่ในช่วงแคบ ๆ ที่ 7.35-7.45, •เซลล์ของเลือดถูกสร้างในไขกระดูก• เซลล์เม็ดเลือดแดงจะมีพลาสม่าที่คงสภาพได้ ประมาณ 120 วันการสร้างเม็ดเลือดแดงจะถูกกระตุ้นโดยการลดลง O2 ในการไหลเวียนซึ่งถูกตรวจสอบโดยไตและจะหลั่งฮอร์โมน erythropoietin เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
4. nephrons (เนปรอน) ยาที่ใช้รักษาไตส่วนใหญ่มีเป้าหมายที่ nephrons สำหรับยาขับปัสสาวะนั้นส่งผลต่อ nephrons แน่ ๆ พวกเขามีขนาดเล็กมาก ๆ - และดังนั้นจึงอุดตันได้อย่างง่ายดาย •เมื่ออุดตันพวกเขาจะเริ่มอักเสบและติดเชื้อและตาย •น้ำตาลในเลือดสูงและอินซูลินสูงเป็นปัจจัยที่ทำให้เนปรอน มีภาวะนี้ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า เมื่อเป็นโรคเบาหวานไม่นาน ก็จะเป็นโรคไตราวกับ เกิดมาคู่กัน ความคิดเห็นของผมคือ ถ้าเป็นเบาหวาน แล้วไม่ฟี้นฟูตับอ่อน แล้วยังเอายาใส่เข้าไปในเนปรอนก็เท่ากับปล่อยให้ไต ตายไปเรื่อย ๆ
5. ไต = การกรองเลือด 180 ลิตรต่อวันเพื่อผลิต ปัสสาวะ2 ลิตร ซึ่งเป็นกระบวนการกรองที่เลือกเอาของเสียและสารพิษที่อาจเกิดขึ้นจากเลือดออกไปและควบคุมสมดุลชีวเคมีและฮอร์โมนที่สำคัญในเลือดเอาไว้
6. ไต อวัยวะซึ่งเป็นที่สุดของที่สุด กระบวนการที่ต้องทำทุกวันคือ ประมาณ 200 quarts ( หนึ่งในสี่ แกลลอน)ของเลือดที่จะลอดออกมาเป็นของเสียประมาณ 2 quarts • การปล่อยฮอร์โมน erythropoietin หรือ EPO เพื่อช่วยกระตุ้นไขกระดูกในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง• สร้าง renin เพื่อควบคุมความดันโลหิต• calcitriol, รูปแบบของวิตามินดีที่ไตเปลี่ยนแปลงอกอกมาซึ่งจะช่วยรักษาแคลเซียมสำหรับกระดูก•ควบคุมสารแร่ธาตุในร่างกาย อาทิ โซเดียม ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม
ประมาณร้อยละ 15 ของคนที่ต้องฟอกไตในวันนี้มีผลมาจากความเสียหายที่ Tylenol (ไทลินอล)และ / หรือแอสไพรินทำกับไตของพวกเขา .
7. การกินแอสไพรินทุกวันไม่ได้ผลและอันตราย
ผู้ป่วยที่ใช้ยาแอสไพรินสำหรับการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด (325 มก. / วัน)ทุกวัน •นักวิจัยให้ข้อสังเกตุว่า "ยาต้านการอักเสบแบบธรรมดา nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ก่อพิษ" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยจำนวนมากมีแนวโน้มที่จะไม่ได้ตระหนักถึง •สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดและโดดเด่นเกี่ยวกับผลเหล่านี้คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมากในความเสี่ยงของผู้ใช้ยาแอสไพริน: ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางเดินอาหารเกิดได้ถึง 450% นอกจากนี้ยังจะมี การสูญเสียเลือด การแพ้ง่ายของทางเดินอาหาร ภาวะเป็นพิษต่อตับ หรือไตเกิดความเสียหาย •ผู้เขียนระบุอีกว่า "ไม่พบความแตกต่างออย่างมีนัยสำคัญในอุบัติการณ์ของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ... จากการใช้ยาแอสไพริน." JAMA September 13, 2000;284:1247-1255
ผู้ป่วยที่ใช้ยาแอสไพรินสำหรับการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด (325 มก. / วัน)ทุกวัน •นักวิจัยให้ข้อสังเกตุว่า "ยาต้านการอักเสบแบบธรรมดา nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ก่อพิษ" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยจำนวนมากมีแนวโน้มที่จะไม่ได้ตระหนักถึง •สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดและโดดเด่นเกี่ยวกับผลเหล่านี้คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมากในความเสี่ยงของผู้ใช้ยาแอสไพริน: ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางเดินอาหารเกิดได้ถึง 450% นอกจากนี้ยังจะมี การสูญเสียเลือด การแพ้ง่ายของทางเดินอาหาร ภาวะเป็นพิษต่อตับ หรือไตเกิดความเสียหาย •ผู้เขียนระบุอีกว่า "ไม่พบความแตกต่างออย่างมีนัยสำคัญในอุบัติการณ์ของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ... จากการใช้ยาแอสไพริน." JAMA September 13, 2000;284:1247-1255
8. การฉีดวัคซีนจะมีผลต่อเกือบทุกอวัยวะของร่างกายของเรา เกิดความเสียหายต่อไตของเรา ไตอักเสบหรือการทำงานที่ผิดปกติของไต มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับโลหะหนักและสารพิษอื่น ๆ ออกจากร่างกายของเรา
ในทุกวันนี้ไตของเราถูกใช้งานเกินความจำเป็นและต้องรับมือกับสารพิษเพิ่มมากขึ้น ไตต้องการน้ำบริสุทธิ์เป็นจำนวนมากในการทำงานและกรองเลือด เรากำลัง "ก่อให้เกิดมลพิษ" ในตัวเองให้ตายเร็วเกินคาดคิดด้วยวัคซีนที่ทำจากเนื้อเยื่อของสัตว์ที่เป็นพิษต่อเรา
แค่นี้ก่อนนะ ครับ เด๋วยาว
สวัสดี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น